หน้าแรก \ ข้อมูลโรงเรียน \ นวัตกรรมทางการศึกษา Change Language :     
 
Brain-Base Learning (BBL)
   เป็นมาอย่างไร ?

สมอง เป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่ง เพราะการทำงานของสมองนั้นมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมและการเรียนรู้
ของมนุษย์ ในปัจจุบัน ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้นักประสาทวิทยาสามารถนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงานของสมองทำให้เกิดการค้นพบเกี่ยวกับการทำงานของสมองมากขึ้น


การค้นพบดังกล่าวทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวต่อการศึกษาการทำงานของสมอง ตัวอย่างที่ชัดเจน
เห็นได้จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้ี พ.ศ.2533 ถึง 2542 เป็นทศวรรษแห่งสมอง
Decade of the Brain

 

ต่อมา นักการศึกษาจึงได้นำข้อมูลหรือความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
จนเกิดเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เสริมศักยภาพสมอง ( Brain- Compatible Learning ) หรือ การจัดการ เรียนรู้ที่ใช้สมองเป็นพื้นฐาน(BBL:Brain-based Learning ) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการต่าง ๆได้ให้นิยาม หรือแนวทางที่แตกต่างกัน

 
   เข้ามาสู่โรงเรียนวนิษาได้อย่างไร

โรงเรียนวนิษามีการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมการเรียนรู้อยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับด้านความ
รู้และงานวิจัยที่เกี่ยวกับสมองกับการเรียนรู้ โรงเรียนวนิษาให้ความสำคัญและศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง มาตั้ง
แต่พ.ศ.2531 ด้วยการศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ การอ่านหนังสือและงานวิจัยจากนานาประเทศ

ใน พ.ศ.2545 อาจารย์ชุมศรี ได้เดินทางไปเข้ารับการฝึกอบรม Mind Map เครื่องมือการจดบันทึก
เสริมประสิทธิภาพการจำ การเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งพัฒนาขึ้นจากฐานงานค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ
การ ทำงานของสมอง โดยเข้ารับการอบรมกับ Vanda North จาก Buzan Centre เป็น
เวลา 1 สัปดาห์

 

พ.ศ.2548 เมื่อกระแสความตื่นตัวเกี่ยวกับสมองและการเรียนรู้เริ่มเห็นเด่นชัดในประเทศไทย ผลจาก
การที่โรงเรียนวนิษาได้นำความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองมาปรับใช้ในโรงเรียนมาเป็นระยะเวลานาน
หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้เชิญให้อาจารย์ชุมศรี อาจารย์วนิษา และคณะครูจากโรงเรียน
วนิษา เดินทางไปเป็นวิทยากรการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน

 

หน่วยงานต่าง ๆ ที่เชิญไปเป็นวิทยากร อาทิ

 

- สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ สำนักนายกรัฐมนตรี
- มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา นครสวรรค์ สงขลา
- สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
- สมาคมสหศึกษาสัมพันธ์
- สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

 

เดือนมิถุนายน โรงเรียนวนิษาได้จัดการฝึกอบรมเรื่อง “Brain-based Learning for
Parents” ให้แก่ คณะผู้ปกครองและครู ณ โรงเรียนวนิษาโดยมีคุณ Christine Ward
ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากประเทศนิวซีแลนด์ เป็นวิทยากร และจากนั้นคุณ Christine Ward
ได้อยู่ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่คณะครูโรงเรียนวนิษาต่ออีก เป็นเวลา 1 สัปดาห์

 

ในเดือนกันยายน อาจารย์วนิษาเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านประสาทวิทยา( Neuroscience)
สาขาจิตใจ สมอง และ การเรียนรู้ (Mind, Brain and Education )
ณ Harvard University โดยมีProfessor Howard Gardner ผู้เชี่ยว
ชาญด้านสมองและผู้ก่อตั้งทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences ) เป็น
อาจารย์ที่ปรึกษา และ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองระดับโลกมากมายเป็นคณาจารย์

 

ต้นเดือนธันวาคม อาจารย์ชุมศรี และอาจารย์ูธนัตถ์ เดินทางไปเข้ารับการอบรม เรื่อง Brain Gym
ซึ่งเป็นการใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมการทำงานของสมองและแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ ณ ประเทศ
สิงคโปร์


 
   จากแนวคิด BBL โรงเรียนวนิษาทำอะไร? และนักเรียนวนิษาได้อะไรบ้าง?

จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เกี่ยวกับงานวิจัยทางสมอง ในเบื้องต้น โรงเรียนวริษาสรุป
องค์ความรู้มาเป็น 10 หลักการ เพื่อปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

 

1. สมองเรียนรู้ได้ผ่านทางร่างกายที่ี่พร้อม การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกาย

สงบแต่มีความตื่นตัว(Relaxed Alertness ) พร้อมรับประสบการณ์การเรียนรู้


สิ่งที่โรงเรียนทำ
เพื่อให้ร่างกายของนักเรียนพร้อมเรียนรู้ ผ่อนคลาย แต่ตื่นตัว ทุกเช้าที่โรงเรียนวนิษา นักเรียนทุกคน
ร่วมทำท่าบริหารสมอง(Brain Gym) เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย ให้มีพลัง ปลอดโปร่ง กระฉับกระเฉง

และมีทัศนคติเชิงบวก

 

โรงเรียนวนิษาให้ความสำคัญกับการปรับท่าทาง การยืน เดิน นั่ง เพื่อให้สรีระของนักเรียนได้รับการ
พัฒนาไปอย่างเหมาะสม กระดูกสันหลังตรง ช่องท้องเปิดขยาย ปอดไม่ถูกกดทับ สูดอากาศ รับ
ออกซิเจนเข้าไปเพิ่มพลังงานของสมองได้มากขึ้น และ สิ่งที่นักเรียนทำในห้องเรียนได้โดยไม่ต้อง
ขออนุญาตคุณครู คือ การจิบน้ำบ่อยๆให้ไปบำรุงเลี้ยงเซลล์สมองให้ชุ่มชื้นเพื่อส่งสัญญาณกระแส
ประสาทได้ดี การหาว เป็นการเติมออกซิเจนไปเพิ่มพลังให้กับสมอง

 

ส่วนในแผนกอนุบาล กิจกรรมวิชาการแรกที่นักเรียนทำในแต่ละเช้า คือ การเดินธรรมชาติ ท่ามกลาง
พรรณไม้ที่รายล้อมและเป็นการ เปิดรับอากาศ รับออกซิเจน ถ่ายทอดประจุไฟฟ้า หรือฝุ่นควันพิษ
สารเคมี ออกจากร่างกาย

 

2. สมองจดจำได้จากการทำซ้ำ สมองมีระบบความจำหลายแบบ หนึ่งในนั้นคือการจำได้จากการทำซ้ำ

จนเกิดเป็นทักษะ ดังนั้น การเรียน รู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองจึงต้องเป็นการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียน

ได้มีประสบการณ์ที่จะช่วย ให้จดจำได้ในหลายรูปแบบ และมีการทบทวนทำซ้ำ แต่ไม่ซ้ำซาก อยู่ เสมอ

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
คุณครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในทุกรายวิชา ให้นักเรียนได้มีโอกาส ฝึกฝน ทำซ้ำเพื่อให้เกิด
เป็นทักษะ ที่แคล่วคล่อง ใช้เทคนิควิธีที่หลากหลาย น่าตื่นเต้น นอกจากการทำแบบฝึกหัด
ในรูปแบบต่างๆ หรือดัดแปลงเป็นเกมที่สนุกท้าทาย และนักเรียนยัง ได้นำความรู้ไปทำซ้ำ
ในสถานการณ์จริง

 

3. สมองตื่นตัวเปิดรับต่อสิ่งแปลกใหม่ ถ้าสิ่งไหนซ้ำซาก สมองจะเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

เพราะเป็นสิ่งที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องเปลืองพลังงานเข้าไปจัดกระทำกับสิ่งนั้น

 

การเรียนรู้ที่โรงเรียนวนิษา เน้นความเข้มแข็งทางวิชาการด้วย Project Approach มีหัวข้อหลัก (theme)

ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละภาคการศึกษา อาทิ สปา (Spa) สิ่งบิน (Things that Fly) ป่าฝนเขตร้อน (Rainforest)

เป็นต้น

 

ด้วยเหตุนี้ การมาโรงเรียนวนิษาในแต่ละวันจึง มีสีสัน น่าสนใจค้นคว้า และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนสดชื่น

แจ่มใส สนใจใฝ่รู้ ตื่นตัว และกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ

 

4. ความรู้สึกและอารมณ์มีผลสำคัญต่อการเรียนรู้ ความรู้สึกหรืออารมณ์นั้นมีผลต่อการคิด การตัดสินใจ ดังนั้น

การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองจึงต้อง เป็นการเรียนรู้ที่มีความสุข สร้างความประทับใจให้ผู้เรียน

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
คุณครูทุกคนให้เกียรติผู้เรียน ด้วยการใช้คำพูดเชิงบวก เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากการลองถูกลองผิด และการยอมรับ

เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยทางอารมณ์ โรงเรียนวนิษาให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด เช่น

การพูดกับนักเรียนในระนาบสายตาเดียวกัน เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของตนเอง ในสภาวะการเรียนรู้ที่ปลอดการ

คุกคาม คุณครูชื่นชมการทำงาน และผลงานทุกชิ้นของนักเรียนอย่างเท่าเทียม หากมีการวิภากษ์วิจารณ์

ต้องวิจารณ์ชิ้นงาน ไม่ใช่วิจารณ์ตัวตนของนักเรียน และวิจารณ์ด้วยวิธีที่ผู้ฟังมีใจยินดีที่จะเปิดรับ

 

การปฏิบัติ เหล่านี้ ส่งผลให้นักเรียนวนิษามีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง (Self Esteem ) กล้าคิด กล้าทำ

สร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดี และมีความสุขในการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต


5. สมองเรียนรู้จากการเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม การเรียนรู้เกิดขึ้นจากการนำประสบการณ์ที่ได้รับใหม่

ไปสัมพันธ์ กับประสบการณ์เดิม ดังนั้น การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองจึงต้องเป็นการ

เรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงได้กับสิ่งที่ผู้เรียนเข้าใจอยู่เดิม

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
คุณครทุกคนูของโรงเรียนวนิษา ใช้เวลาวางแผนการเรียนรู้และดำเนินการสอนร่วมกันเป็นทีม เพื่อความชัดเจนว่า

นักเรียนแต่ละคนเรียนรู้อะไรมาแล้ว และจะต่อยอดจากประสบการณ์เดิมต่อไปได้อย่างไร

 

นอกจากนี้ โรงเรียนวนิษา ยังฝึกให้ผู้เรียนวางแผนการเรียนรู้โดยใช้ KWL Chart
(KWL= Know, Want to Know and Learned-สิ่งที่รู้แล้ว , สิ่งที่อยากรู้ , และสิ่งที่ได้เรียนรู้ ) การใช้

KWL Chart ตั้งแต่ระดับอนุบาล ทำให้นักเรียนโรงเรียนวนิษาสามารถใช้ประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยง

กับเนื้อหาใหม่เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ออกไป อย่างมีความหมาย ท้าทาย ชัดเจน และเป็นกระบวนการ

 

6. สมองรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส สมองมีถึง 5 ช่องทางในการรับรู้ข้อมูล ดังนั้น การเรียนรู้ที่สอดคล้อง

กับการทำงานของสมองจึงต้องเป็น การเรียนรู้ที่นำประสาทสัมผัสมาใช้

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
ในแต่ละวิชา นักเรียนจะใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการเรียนรู้เนื้อหา โดยเฉพาะกิจกรรม
Hands-on,Mind-on เช่น การปั้นโมเดลเหตุการณ์ในวันสำคัญ (สังคมศึกษา) การทำแผนที่ดาว
และจรวดขวดน้ำ (วิทยาศาสตร์) เล่นเหลี่ยม เล่นมุม (คณิตศาสตร์)บัตรอักษรสัมผัส (ภาษาไทย)
เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่สมองส่วนSensory Cortex

 

7. สมองจะถูกปิดกั้นเมื่อเกิดความเครียด เมื่อเกิดความทุกข์ ความเครียด ความกลัวหรือความเบื่อ

สมองส่วนสัญชาตญาณ(Retilian Brain) จะสั่งให้เอาตัวรอดด้วยการหลบหนี มากกว่าจะใช้ความคิด

ในระดับซับซ้อน

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
ที่โรงเรียนวนิษาจะไม่มีการลงโทษ ความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้ และการเรียนรู้จะไม่เกิดจากการบังคับ

แต่เกิดจากการเร้า ให้เกิดแรงกระตุ้น ความสนใจ และความต้องการในการเรียนรู้อย่างสดใส ที่เกิดขึ้นจากภายใน

ตัวผู้เรียน สมองของนักเรียนจึงทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีความ เครียดเข้าไปรบกวน


8. สมองมีความสามารถหลายด้าน ทฤษฎีพหุปัญญาของ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ได้ระบุความสามารถที่จัดเป็น

ปัญญาไว้ในปัจจุบันมีอย่างน้อย ถึง8 ด้าน ได้แก่ด้านภาษา, คณิต/ตรรกะ, ดนตรี/จังหวะ, การมอง/มิติสัมพันธ์,

ร่างกาย/การเคลื่อนไหว, เข้าใจตนเอง, เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจธรรมชาติ

 

อาจารย์วนิษา เรซ ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการของโรงเรียนวนิษา กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ณ

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สาขาวิชา Neuroscience โปรแกรม Mind , Brain and Education โดยมี

อาจารย์ที่ปรึกษา คือ Professor Howard Gardner ผู้ก่อตั้งทฤษฎีพหุปัญญา(Multiple Intelligences)
จึงสามารถนำแนวคิด และกิจกรรมต่าง ๆ มาถ่ายทอดให้กับคณะครูนำไปใช้กับนักเรียน

เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ความสามารถ ด้านถนัดของตน เป็นเครื่องมือเรียนรู้เนื้อหาวิชาการ

ไปพร้อมๆกับพัฒนาอัฉริยภาพ ในด้านต่างๆ


9. สมองทำงานเป็นองค์รวม การพัฒนาความสามารถของนักเรียน ควรให้ความสำคัญ กับการได้รับ

ประสบการณ์ที่หลากหลาย และจากประสบการณ์ตรง การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นความรู้ ความจำ อย่างเดียว

จะทำให้นักเรียนเสียโอกาส ในการพัฒนาให้เต็มศักยภาพ

 

นักเรียนแผนกประถมศึกษา ก่อนปิดภาคเรียนจะมีกิจกรรมการสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้
องค์ความรู้ทุกอย่าง เข้ามาบูรณาการกัน เพื่อให้นักเรียนเห็นแนวทางในการนำความรู้ที่ร่ำเรียนไปใช้จริง

และเห็นความเชื่อมโยงในแต่ละเนื้อหาวิชา

 

10. สมองต้องมีเวลาจัดระบบข้อมูล ภาวะคลื่นสมองที่เหมาะสม การใช้ช่วงเวลาสงบ หรือ การนอนหลับระดับ

ลึก จะช่วยให้สมองสามารถจัดระบบระเบียบข้อมูลที่ได้รับเข้าไป

 

สิ่งที่โรงเรียนทำ
โรงเรียนวนิษาวางจังหวะเนื้อหาอย่างเป็นขั้นตอน สอนโดยไม่ยัดเยียดเนื้อหา ใช้ดนตรีบรรเลงเพื่อให้เกิดความ

รู้สึกผ่อนคลาย และสมาธิระดับลึก โดยใช้วิถีแห่งสติเพื่อให้นักเรียนมีความสงบงาม เพื่อเป็นส่วนช่วยในการปรับ

คลื่นสมองให้อยู่ในระดับเหมาะสม ปลอดโปร่ง ทำให้เรียนรู้ และบันทึกเป็นความทรงจำระยะยาวได้ดีขึ้น

 
 
นวัตกรรมทางการศึกษา
Brain-Based Learning
Mind Map
Multiple Intelligences
เมนู
หลักสูตรและแนวคิด
ครูวนิษา
สถิติการสอบเข้า
การสัมภาษณ์นักเรียนและผู้ปกครอง
แบบสัมภาษณ์ผู้ปกครอง
FAQ.